สกุลณา การบัญชั รับทำบัญชี วางแผนภาษี

ภาษีนิติบุคคลคืออะไร เจ้าของบริษัทมือใหม่ต้องรู้

เจ้าของธุรกิจหลายคนเริ่มจากการขายของออนไลน์ รับงานบริการ หรือทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดามาก่อน เมื่อธุรกิจเริ่มโตขึ้น มีลูกค้ามากขึ้น รายได้สม่ำเสมอขึ้น หรือเริ่มต้องการความน่าเชื่อถือ จึงตัดสินใจจดบริษัท

แต่หลังจากจดบริษัทแล้ว คำถามสำคัญก็มักตามมาทันที เช่น

“บริษัทต้องเสียภาษีอะไรบ้าง?”
“ภาษีนิติบุคคลคิดจากยอดขายหรือกำไร?”
“ถ้าบริษัทยังไม่มีกำไร ต้องยื่นภาษีไหม?”
“ต้องทำบัญชีทุกเดือนหรือรอทำตอนสิ้นปีได้?”
“ภ.ง.ด.50 กับ ภ.ง.ด.51 ต่างกันอย่างไร?”

คำถามเหล่านี้เป็นเรื่องปกติมากสำหรับเจ้าของบริษัทมือใหม่ เพราะเมื่อธุรกิจเปลี่ยนจากบุคคลธรรมดามาเป็น “นิติบุคคล” หน้าที่ด้านบัญชี ภาษี และเอกสารจะจริงจังขึ้นกว่าเดิม

สกุลณาการบัญชีอยากให้เจ้าของธุรกิจมองว่า ภาษีนิติบุคคลไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากมีระบบบัญชีที่ดี เอกสารครบ และเข้าใจหลักพื้นฐานตั้งแต่เริ่มต้น บริษัทจะวางแผนภาษีได้ง่ายขึ้น รู้กำไรจริง และลดความเสี่ยงจากการแก้ปัญหาย้อนหลัง


ภาษีนิติบุคคลคืออะไร?

ภาษีนิติบุคคล หรือภาษีเงินได้นิติบุคคล คือภาษีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องเสียจากผลการประกอบกิจการ โดยทั่วไปมักคำนวณจาก “กำไรสุทธิทางภาษี” ของรอบระยะเวลาบัญชี

พูดให้ง่ายขึ้นคือ บริษัทไม่ได้เสียภาษีจากยอดขายทั้งหมดโดยตรง แต่ต้องนำรายได้มาหักต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง แล้วปรับปรุงตามหลักเกณฑ์ทางภาษี เพื่อคำนวณกำไรสุทธิที่ใช้เสียภาษี


ภาษีนิติบุคคลต่างจากภาษีบุคคลธรรมดาอย่างไร?

ถ้าทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดา รายได้จะถูกนำไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของเจ้าของรายนั้น

แต่ถ้าจดบริษัท บริษัทจะเป็นผู้เสียภาษีแยกจากตัวเจ้าของ เจ้าของบริษัทกับบริษัทจึงไม่ใช่คนเดียวกันในทางกฎหมายและภาษี เงินของบริษัทไม่ควรปนกับเงินส่วนตัวของกรรมการหรือผู้ถือหุ้น


บริษัทต้องเสียภาษีจากอะไร?

โดยทั่วไป บริษัทต้องดูรายได้และค่าใช้จ่ายของกิจการในรอบระยะเวลาบัญชี แล้วคำนวณกำไรสุทธิ

รายได้ของบริษัท

รายได้อาจมาจากหลายช่องทาง เช่น

  • รายได้จากการขายสินค้า
  • รายได้จากการให้บริการ
  • รายได้จากงานรับจ้าง
  • รายได้จากแพลตฟอร์มออนไลน์
  • รายได้จากดอกเบี้ยหรือรายได้อื่นของบริษัท
  • รายได้จากการขายทรัพย์สินหรือรายได้พิเศษบางกรณี

ค่าใช้จ่ายของบริษัท

ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการ เช่น

  • ต้นทุนสินค้า วัตถุดิบ หรือค่าผลิต
  • เงินเดือนและค่าจ้าง
  • ค่าเช่า
  • ค่าโฆษณา
  • ค่าขนส่ง
  • ค่าบริการบัญชี กฎหมาย หรือที่ปรึกษา
  • ค่าอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ และโปรแกรมที่ใช้ในธุรกิจ
  • ค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินของกิจการ
  • ค่าใช้จ่ายสำนักงาน

อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายที่จะนำมาพิจารณาทางภาษีควรมีเอกสารประกอบ และต้องเกี่ยวข้องกับกิจการจริง รายละเอียดอาจขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจ เอกสาร และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี


กำไรทางบัญชีกับกำไรทางภาษีอาจไม่เท่ากัน

เจ้าของบริษัทมือใหม่หลายคนเข้าใจว่า “กำไรในงบการเงิน” เท่ากับ “กำไรที่ใช้คำนวณภาษี” เสมอ แต่ในความจริงอาจไม่เท่ากัน

เพราะกำไรทางบัญชีคำนวณตามหลักบัญชี ส่วนกำไรทางภาษีต้องปรับปรุงตามหลักเกณฑ์ของภาษี เช่น ค่าใช้จ่ายบางรายการอาจลงบัญชีได้ แต่ทางภาษีอาจหักไม่ได้ทั้งหมด หรือหักได้ภายใต้เงื่อนไข

ตัวอย่าง

บริษัทมีรายได้ 2,000,000 บาท
มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายตามบัญชี 1,700,000 บาท
กำไรทางบัญชี 300,000 บาท

แต่หากมีค่าใช้จ่ายบางรายการที่เอกสารไม่ครบ หรือไม่เข้าเงื่อนไขทางภาษี อาจต้องปรับเพิ่มกำไรทางภาษี ทำให้ฐานภาษีสูงกว่ากำไรที่เจ้าของธุรกิจเห็นในบัญชี

ดังนั้น การเก็บเอกสารและบันทึกบัญชีให้ถูกตั้งแต่ต้นจึงสำคัญมาก


บริษัทต้องยื่นแบบภาษีอะไรบ้าง?

ภาษีนิติบุคคลที่เจ้าของบริษัทควรรู้จักเบื้องต้นมี 2 แบบหลัก

ภ.ง.ด.51: ภาษีครึ่งปี

ภ.ง.ด.51 คือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี โดยเกี่ยวข้องกับการประมาณการกำไรสุทธิหรือคำนวณตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดสำหรับบางกรณี

เจ้าของบริษัทควรเริ่มติดตามผลประกอบการตั้งแต่ครึ่งปีแรก ไม่ควรรอถึงสิ้นปี เพราะถ้าประมาณการผิดพลาดมากเกินไป อาจมีความเสี่ยงเรื่องเงินเพิ่มหรือประเด็นภาษีตามมาได้ ทั้งนี้รายละเอียดขึ้นอยู่กับประเภทกิจการและข้อเท็จจริงของแต่ละบริษัท

ภ.ง.ด.50: ภาษีสิ้นปี

ภ.ง.ด.50 คือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี ใช้ยื่นเมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี โดยต้องอาศัยข้อมูลจากบัญชี งบการเงิน และการปรับปรุงภาษี

สำหรับบริษัทที่มีรอบบัญชีปกติ 1 มกราคมถึง 31 ธันวาคม กำหนดยื่น ภ.ง.ด.50 มักอยู่ภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี และหากยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ อาจมีประกาศขยายเวลาตามที่กรมสรรพากรกำหนดในแต่ละปี จึงควรตรวจสอบปฏิทินภาษีก่อนยื่นจริง


ต้องทำบัญชีและงบการเงินด้วยไหม?

เมื่อจดบริษัทแล้ว บริษัทมีหน้าที่จัดทำบัญชีและงบการเงิน ไม่ใช่แค่เก็บยอดขายไว้คำนวณภาษีเท่านั้น

สิ่งที่บริษัทควรมี ได้แก่

  • การบันทึกบัญชีรายเดือน
  • การแยกบัญชีธนาคารของบริษัท
  • การเก็บเอกสารรายรับรายจ่าย
  • รายงานลูกหนี้และเจ้าหนี้
  • รายงานสินค้าคงเหลือ ถ้ามีสินค้า
  • รายงานภาษีซื้อและภาษีขาย หากจด VAT
  • งบการเงินประจำปี
  • การตรวจสอบหรือรับรองบัญชีตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

การทำบัญชีรายเดือนช่วยให้เจ้าของบริษัทเห็นตัวเลขจริง ไม่ใช่รอรู้ผลตอนสิ้นปี ซึ่งอาจสายเกินไปสำหรับการแก้ปัญหา

ตัวอย่าง: บริษัทมือใหม่ควรวางระบบภาษีนิติบุคคลอย่างไร

สมมติบริษัทเปิดใหม่ ให้บริการดูแลเพจและทำโฆษณาออนไลน์ มีรายได้เดือนละประมาณ 150,000 บาท และมีค่าใช้จ่าย เช่น ค่าจ้างทีมงาน ค่าโฆษณา ค่าโปรแกรม ค่าบัญชี และค่าอุปกรณ์สำนักงาน

สิ่งที่ควรทำตั้งแต่เดือนแรก คือ

  1. เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท
  2. แยกค่าใช้จ่ายส่วนตัวออกจากค่าใช้จ่ายบริษัท
  3. ออกเอกสารขายให้ลูกค้าอย่างถูกต้อง
  4. เก็บใบเสร็จ ใบกำกับภาษี และหลักฐานโอนเงิน
  5. ตรวจรายการที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย
  6. สรุปรายรับรายจ่ายทุกเดือน
  7. ประเมินกำไรครึ่งปีเพื่อเตรียม ภ.ง.ด.51
  8. เตรียมเอกสารและงบการเงินสำหรับยื่น ภ.ง.ด.50 สิ้นปี

หากวางระบบแบบนี้ตั้งแต่ต้น เจ้าของบริษัทจะรู้กำไรจริง วางแผนเงินสดได้ดีขึ้น และไม่ต้องรีบแก้เอกสารย้อนหลังช่วงใกล้ยื่นภาษี


เช็กลิสต์ภาษีนิติบุคคลสำหรับเจ้าของบริษัทมือใหม่

  • เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท
  • แยกเงินบริษัทกับเงินส่วนตัวกรรมการ
  • เก็บเอกสารรายรับและรายจ่ายทุกเดือน
  • ออกใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ และใบกำกับภาษีให้ถูกต้อง
  • ตรวจค่าใช้จ่ายที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย
  • ตรวจว่าบริษัทต้องจด VAT หรือยัง
  • สรุปกำไรขาดทุนรายเดือน
  • ตรวจลูกหนี้ เจ้าหนี้ และเงินสดคงเหลือ
  • เตรียมข้อมูลสำหรับ ภ.ง.ด.51 ครึ่งปี
  • เตรียมงบการเงินและ ภ.ง.ด.50 สิ้นปี
  • ปรึกษานักบัญชีเมื่อเริ่มมีรายการซับซ้อนหรือรายได้เติบโตเร็ว

ข้อควรระวังเรื่องภาษีนิติบุคคล

1. อย่าใช้เงินบริษัทเหมือนเงินส่วนตัว

เมื่อจดบริษัทแล้ว เงินในบริษัทควรถูกใช้เพื่อกิจการ หากกรรมการนำเงินบริษัทไปใช้ส่วนตัว ควรมีเอกสารและการบันทึกบัญชีให้ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นอาจเกิดปัญหาทางบัญชีและภาษีได้

2. อย่ารอทำบัญชีตอนสิ้นปี

การทำบัญชีย้อนหลังทำให้เอกสารหาย ตัวเลขไม่ตรง และวางแผนภาษีไม่ทัน ควรสรุปบัญชีอย่างน้อยเป็นรายเดือน

3. อย่าคิดว่าขาดทุนแล้วไม่ต้องยื่นภาษี

แม้บริษัทจะขาดทุนหรือยังไม่มีกำไร ก็ยังอาจมีหน้าที่ยื่นแบบภาษีและจัดทำงบการเงินตามกฎหมาย

4. อย่าลงค่าใช้จ่ายโดยไม่มีเอกสาร

ค่าใช้จ่ายที่ไม่มีเอกสารหรือไม่เกี่ยวข้องกับกิจการ อาจมีปัญหาเมื่อต้องพิจารณาทางภาษี

5. อย่าลืมภาษีอื่นที่เกี่ยวข้อง

นอกจากภาษีนิติบุคคล บริษัทอาจเกี่ยวข้องกับ VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ประกันสังคม หรือภาษีอื่นตามลักษณะธุรกิจ จึงควรวางระบบรวมกัน ไม่ดูแยกเป็นเรื่อง ๆ


FAQ: คำถามที่พบบ่อยเรื่องภาษีนิติบุคคล

1. ภาษีนิติบุคคลคิดจากยอดขายหรือกำไร?

โดยทั่วไปภาษีนิติบุคคลคำนวณจากกำไรสุทธิทางภาษี ไม่ใช่ยอดขายทั้งหมดโดยตรง แต่ต้องพิจารณารายได้ ค่าใช้จ่าย และการปรับปรุงตามหลักเกณฑ์ทางภาษี

2. บริษัทเปิดใหม่ยังไม่มีรายได้ ต้องยื่นภาษีไหม?

โดยทั่วไปบริษัทที่จดทะเบียนแล้วมีหน้าที่ด้านบัญชีและภาษี แม้ยังไม่มีรายได้หรือยังไม่มีกำไร ก็ยังควรตรวจสอบหน้าที่ยื่นแบบและจัดทำงบการเงินให้ถูกต้อง

3. ภ.ง.ด.50 กับ ภ.ง.ด.51 ต่างกันอย่างไร?

ภ.ง.ด.51 เป็นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี ส่วน ภ.ง.ด.50 เป็นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปีหลังสิ้นรอบบัญชี ทั้งสองแบบมีวัตถุประสงค์และช่วงเวลายื่นต่างกัน

4. บริษัท SME เสียภาษีอัตราเท่าไหร่?

โดยทั่วไปอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลอาจแตกต่างตามเงื่อนไข เช่น ทุนจดทะเบียน รายได้ และกำไรสุทธิของบริษัท โดยบริษัท SME ที่เข้าเงื่อนไขอาจได้รับอัตราภาษีแบบขั้นบันไดตามประกาศที่เกี่ยวข้อง จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนคำนวณจริง

5. ค่าใช้จ่ายบริษัทแบบไหนนำมาหักภาษีได้?

ค่าใช้จ่ายควรเกี่ยวข้องกับกิจการ มีเอกสารประกอบ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ภาษี เช่น ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี สัญญา หลักฐานโอนเงิน หรือเอกสารอนุมัติจ่าย รายละเอียดขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงแต่ละรายการ

6. ถ้าบริษัทขาดทุน ต้องเสียภาษีนิติบุคคลไหม?

หากบริษัทขาดทุนทางภาษี อาจไม่มีภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องชำระในรอบนั้น แต่ยังอาจมีหน้าที่ยื่นแบบและจัดทำงบการเงินตามปกติ

7. เจ้าของบริษัทควรดูรายงานอะไรทุกเดือน?

ควรดูรายงานกำไรขาดทุน รายรับรายจ่าย ลูกหนี้ เจ้าหนี้ เงินสดคงเหลือ ภาษีที่ต้องนำส่ง และเอกสารที่ยังขาด เพื่อวางแผนธุรกิจและภาษีได้ทันเวลา


สรุป: ภาษีนิติบุคคลไม่ยาก ถ้าบริษัทมีระบบบัญชีที่ดีตั้งแต่ต้น

ภาษีนิติบุคคลเป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าของบริษัทมือใหม่ควรรู้ตั้งแต่วันแรกที่จดบริษัท เพราะบริษัทมีหน้าที่ด้านบัญชี ภาษี และเอกสารมากกว่าการทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดา

หัวใจสำคัญคือ ต้องแยกเงินบริษัทกับเงินส่วนตัว เก็บเอกสารให้ครบ บันทึกบัญชีรายเดือน ติดตามกำไรขาดทุน และเตรียมยื่น ภ.ง.ด.51 กับ ภ.ง.ด.50 ให้ถูกต้อง

สกุลณาการบัญชีพร้อมเป็น “คู่คิดหลังบ้านของเจ้าของธุรกิจ” ช่วยให้เรื่องภาษีนิติบุคคล บัญชีรายเดือน งบการเงิน VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นเรื่องเข้าใจง่าย ใช้ได้จริง และเหมาะกับธุรกิจของคุณ

หากคุณเพิ่งจดบริษัท หรือกำลังวางแผนเปลี่ยนจากบุคคลธรรมดาเป็นบริษัท สามารถปรึกษา “สกุลณาการบัญชี” เพื่อช่วยวางระบบบัญชีและภาษีตั้งแต่เริ่มต้นได้ค่ะ

🌐 Website: www.sakunnaaccounting.com
💙 Facebook: https://fb.com/sakunna.accounting

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top