วิธีคำนวณ VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT)
เครื่องคำนวณนี้ช่วยประมาณ VAT 7% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และยอดสุทธิที่ต้องชำระ เหมาะสำหรับตรวจสอบตัวเลขเบื้องต้นก่อนจัดทำใบแจ้งหนี้หรือเอกสารประกอบการจ่ายเงิน
วิธีใช้เครื่องคำนวณ
- เลือกรูปแบบยอดเงิน: ยอดก่อน VAT, ยอดรวม VAT แล้ว หรือไม่คำนวณ VAT
- กรอกยอดตามรูปแบบที่เลือก ระบบจะบวกหรือถอด VAT 7% ให้อัตโนมัติ
- เลือกอัตรา WHT ให้ตรงกับประเภทเงินได้ แล้วตรวจสอบยอดที่ต้องชำระ
สูตรยอดที่ต้องชำระ
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคำนวณจากฐานก่อน VAT ส่วนยอดสุทธิคือจำนวนที่ผู้จ่ายชำระหลังหัก WHT แล้ว
ตารางอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่มีในเครื่องคำนวณ
| อัตรา WHT | ตัวอย่างประเภทการจ่ายเงิน |
|---|---|
| 1% | ค่าขนส่ง และค่าเบี้ยประกันวินาศภัย |
| 2% | ค่าโฆษณา |
| 3% | ค่าบริการ รับจ้างทำของ ค่าบริการทั่วไป และวิชาชีพอิสระ |
| 5% | ค่าเช่าทรัพย์สิน |
| 10% | เงินปันผล ค่าลิขสิทธิ์ และค่านายหน้า ตามกรณีที่กำหนด |
ตารางนี้เป็นแนวทางเบื้องต้น อัตราจริงขึ้นอยู่กับประเภทผู้จ่าย ผู้รับเงิน และข้อยกเว้น โปรดตรวจสอบเอกสารกับนักบัญชีหรือข้อมูลจาก กรมสรรพากร
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ VAT และ WHT
VAT 7% คำนวณอย่างไร?
นำยอดก่อน VAT คูณ 7% ตัวอย่างยอดก่อน VAT 10,000 บาท จะมี VAT 700 บาท หากรายการไม่ต้องคำนวณ VAT ให้เลือกตัวเลือก “ไม่คำนวณ VAT”
ถ้ามียอดรวม VAT แล้ว จะถอด VAT 7% อย่างไร?
เลือก “ยอดรวม VAT แล้ว” ระบบจะใช้สูตร VAT = ยอดรวม × 7 ÷ 107 ตัวอย่างยอดรวม 10,700 บาท จะถอดเป็นยอดก่อน VAT 10,000 บาท และ VAT 700 บาท
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคิดจากยอดก่อนหรือหลัง VAT?
โดยทั่วไป WHT คำนวณจากมูลค่าสินค้าหรือบริการก่อน VAT จากนั้นนำภาษีที่หักออกจากยอดรวมเพื่อหายอดที่ต้องชำระ
กรณีใดควรเลือกไม่คำนวณ VAT?
เลือกเมื่อตรวจสอบแล้วว่ารายการนั้นไม่อยู่ในข่ายต้องคิด VAT 7% เช่น เป็นรายการที่ได้รับยกเว้น หรือผู้ขายไม่มีหน้าที่เรียกเก็บ VAT ควรอ้างอิงใบกำกับภาษีและปรึกษานักบัญชีสำหรับกรณีที่ไม่แน่ใจ
ยอดที่ต้องชำระคำนวณอย่างไร?
คำนวณจากยอดก่อน VAT บวก VAT (ถ้ามี) แล้วลบ WHT เช่น ยอด 10,000 บาท มี VAT 700 บาท และ WHT 3% จำนวน 300 บาท ยอดที่ต้องชำระเท่ากับ 10,400 บาท
